แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเด่นออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเด่นออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558

สะเทือนใจ! เด็กหญิง 14 โดนแม่พาแร่ขายตัว มาดูความขมขื่นที่เธอต้องเจอ


สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อันน่าสลดที่เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชาเมื่อแม่แท้ๆขายลูกสาวอายุแค่12 ให้กับโรงแรมเพื่อขายบริการทางเพศ 
 
 ในปี 2556 นักแสดงสาวจากฮอลีวู้ด มิล่า ซอร์วิโน ในฐานะทูตสันถวไมตรีของสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UNODC มาถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการค้าประเวณีเด็กในประเทศกัมพูชา
 
ซอร์วิโนพบ ′เขียว′ เด็กหญิงชาวเขมรวัย 14 ปี อาศัยอยู่ในเขตสเวปาก ซึ่งเป็นแหล่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการค้ากามเด็กของกรุงพนมเปญ ก่อนจะได้รับการช่วยเหลืออกมาโดยองค์การเอ็นจีโอที่ช่วยเหลือเด็กและวัยรุ่นแห่งหนึ่ง และเขียวได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตและความเป็นมาของเธอให้ทุกๆคนได้รับรู้

เขียวบอกว่าเมื่อเธออายุ12ปี แม่ของเธอพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและได้ใบรับรองพรหมจรรย์ จากนั้นแม่ขายตัวเธอให้กับชายเขมรคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีอายุมากกว่า 50 ปี ราคาที่ชายคนนั้นจ่ายสำหรับพรหมจรรย์ของเธอนั้นคือประมาณ 1,500 ดอลลาร์ (48,600 บาท) แต่เมื่อถูกหักค่านายหน้าแล้วแม่ของเธอได้รับจริงๆประมาณ 1,000 ดอลลาร์ (32,000 บาท) แม่ของเขียวนำเงินก้อนนั้นไปจ่ายหนี้และซื้ออาหารปลาให้ปลาที่บ้านเธอเลี้ยงไว้อันเป็นอาชีพหลักของครอบครัว 


เขียวบอกว่าเธอรู้สึกหัวใจสลายเมื่อต้องเสียความบริสุทธิ์ให้กับชายคนนั้นแม่เธอก็คงรู้สึกไม่ดีเช่นกันแต่ก็ยังต้องส่งเขียวไปยังทำงานในสถานบริการ เขียวกล่าวว่า "พวกเขาควบคุมฉันเหมือนฉันอยู่ในคุก"
 
 เขียวต้องอยู่ในสถานที่นั้นกว่า 6 วัน แต่ละวันเธอถูกชาย 3-6 คนข่มขืน เมื่อเธอกลับมาบ้าน แม่ก็ยังส่งเธอไปทำงานในสถานบริการอีก 2 แห่ง จนกระทั่งเธอรู้ว่าแม่กำลังจะขายเธออีกครั้ง และครั้งนี้มีเวลาถึง 6 เดือน เขียวจึงรู้ตัวว่าเธอคงอยู่ที่บ้านไม่ได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจหนีในที่สุด 
 
เรื่องราวของเขียวเป็นเพียง 1 ในเรื่องราวนับร้อยนับพันที่เกิดกับเด็กสาวชาวเขมรในเขตสเวปาก ซึ่ง มิล่า ซอร์วิโน นักแสดงฮอลีวู้ดหวังว่า สารคดีเรื่องนี้จะช่วยทำให้ทุกคนตระหนักถึงและเห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น และเด็กๆที่ได้ดูสารคดีนี้จะสามารถปกป้องตัวเองและคิดได้ว่ามีอีกหลายวิธีในการช่วยเหลือครอบครัวโดยไม่ต้องเอาตัวเข้าแลกอย่างกรณีที่เกิดขึ้นจำนวนมากนี้

สาวๆฟังไว้ ทวด 109 บอกว่าอายุยืนเพราะ ห่างจากผู้ชาย จริงมั้ยไปดู

สาว ๆ ฟังไว้ ทวดวัย 109 เผยอายุยืนได้ เพราะอยู่ห่างผู้ชายนะจ๊ะ

ทวดชาวสกอตวัย 109 ปี เผยเคล็ดลับอายุยืนด้วยใบหน้ายิ้มร่า อยู่ห่างผู้ชายไว้และทานข้าวโอ๊ต ชีวิตดี๊ดี

                   เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 เว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ เปิดเผยเรื่องราวชวนอมยิ้มของเจสซี่ แกลลัน คุณทวดวัย 109 ปี จากเมืองอาเบอร์ดีน สกอตแลนด์ เปิดเผยเคล็ดลับอายุยืนที่ชวนสาว ๆ สงสัยว่าอื้อหือ จริงหรือ ?? เมื่อเธอเผยว่าเธออายุยืนแบบนี้ได้เพราะอยู่ห่างผู้ชายซึ่งมีแต่จะสร้างปัญหาวุ่นวายชวนปวดหัว

                   คุณทวดแกลลันเผยว่า "เคล็ดลับอายุยืนของฉันก็คือการอยู่ห่างจากผู้ชายและไม่แต่งงานนี่แหละ เพราะพวกเขามีแต่จะสร้างปัญหามากมายให้กับชีวิต"



อย่างไรก็ดี ไม่ใช่แค่การอยู่ห่างผู้ชายเท่านั้น คุณทวดยังเปิดเผยด้วยว่าที่เธออายุยืนและยังมีสุขภาพแข็งแรงแบบนี้ได้ ก็เพราะเธอออกกำลัง ขยับร่างกายแต่ละวันได้มากพอ และทานซีเรียลข้าวโอ๊ตเป็นอาหารเช้าทุกวัน



ปัจจุบันสุขภาพของคุณทวดแกลลันถือว่าอยู่ในระดับดีมาก ๆ หากเทียบกับคนวัยเดียวกัน แม้เธออายุ 109 ปีแล้ว โดยเพิ่งฉลองวันเกิดไปเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา แต่เธอก็ยังชอบเข้าสังคม ชอบดูคอนเสิร์ต ถักนิตติ้งเป็นงานอดิเรก และเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ ซึ่งเธอก็ยังมีเรี่ยวแรงเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยตัวเองได้ แม้ว่าจะต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงก็ตาม




ชมคลิป นักบิดยืนถ่ายเซลฟี่บนมอไซต์ ขณะตำรวจไล่จับเนี่ยนะ!


สิงห์นักบิดชาวอเมริกัน ท้าทายเจ้าหน้าที่สายตรวจ ด้วยการยืนบนเบาะรถจักรยานยนต์กลางถนน พร้อมถ่ายเซลฟี่เป็นที่ระลึก ในขณะที่ถูกไล่ล่าจากสายตรวจ

            เว็บไซต์มายฟ็อกส์แอลเอ รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2558 มีหนุ่มสิงห์นักบิดชาวอเมริกัน โชว์แผลง ๆ กลางถนน ขณะที่กำลังหนีการจับกุมของสายตรวจ ด้วยการยืนบนเบาะรถจักรยานยนต์ที่แล่นด้วยความเร็วสูง เท่านั้นไม่พอ ยังมีอารมณ์ถ่ายรูปเซลฟี่ตัวเองเอาไว้อีก แต่ท้ายที่สุดก็ถูกเจ้าหน้าที่สายตรวจตามรวบตัวได้สำเร็จ      

            เจ้าหน้าที่สายตรวจ ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า พ่อหนุ่มสิงห์นักบิดท้าความตายรายนี้ ทราบชื่อคือนายฟิลลิป เรเซ็นด์ส อายุ 22 ปี เขาซิ่งรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ หลบหนีการจับกุมของสายตรวจประจำทางด่วนในรัฐแคลิฟอร์เนีย ข้อหาขับขี่รถฉวัดเฉวียน ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น จากนั้นก็ขับฝ่าสัญญาณไฟแดงไปหลายแยก รวมไปถึงได้เยาะเย้ยเจ้าหน้าที่สายตรวจ ด้วยการยืนบนเบาะรถมอเตอร์ไซค์ในขณะที่รถกำลังแล่นด้วยความเร็วสูงถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมทั้งถ่ายรูปเซลฟี่เอาไว้เป็นที่ระลึกอีก



 แต่แทนที่เขาจะยอมมอบตัวโดยละม่อม เพราะเส้นทางที่วิ่งไปนั้นเป็นทางตัน กลับบิดรถฝ่าวงล้อมของสายตรวจออกไปได้เฉย ทำให้ทั้งรถสายตรวจกับเฮลิคอปเตอร์ พร้อมใจกันตามล่านักซิ่งรายนี้กันอย่างจ้าละหวั่น ไม่ต่างอะไรกับฉากแอ็คชั่นในภาพยนตร์ฮอลลีวูดกันเลยทีเดียว
            อย่างไรก็ดี สุดท้ายเขาก็มาหมดฤทธิ์สิ้นลายจนได้ เมื่อถูกรวบตัวได้ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งของเมืองออนตาริโอ ใช้เวลาการไล่ล่ากันถึง 1 ชั่วโมงเต็ม 




เมื่อหญิงสาวเจอเหตุกาณ์แปลกๆในบ้าน เธอจึงถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้ หลอนจริงๆ!


ดอนน่า ไอเรส คุณแม่ลูก 4 วัย 33 ปี คนนี้ได้พบเจอกับสิ่งแปลกประหลาดภายในบ้านของเธอ อย่างที่หาคำอธิบายไม่ได้ ความหลอนที่เกิดขึ้นในบ้านของเธอเริ่มต้นในปี 2009 หลังจากที่ พอล พี่ชายของเธอเสียชีวิต เธอจึงคิดว่าสิ่งแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในบ้าน เป็นฝีมือของพี่ชายเธอที่ตายไปนั่นเอง

คลิปแรกแสดงให้เห็นถึงแก้วน้ำที่ขยับเองได้ โดยเธอสาบานว่าเธอไม่ได้ทำอะไรกับมันแม้แต่น้อย





คลิปนี้เธอพบกับเหรียญที่ขยับเองได้




เธอย้ายบ้านทั้งหมด 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2009 แต่สิ่งผิดปกติก็ยังตามหลอกหลอนเธอมาตลอด

คลิปนี้ช้อนขยับได้เองอย่างน่าประหลาด




เสียงกีตาร์ก็ดังขึ้นมาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ




สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับเธอคือ เธอถูกตรึงไว้อยู่กับเตียงโดยแรงกดมหาศาล ทำให้เธอขยับตัวไม่ได้ จนปัจจุบันนี้ เธอก็ยังพบเจอเรื่องประหลาดอย่างต่อเนื่อง และมีอีกหลายคลิปที่เธอถ่ายเก็บเอาไว้ เอาเป็นว่า ถ้าเธอเจอเรื่องเหล่านี้จริงๆ ล่ะก็ ขอเอาใจช่วยให้เธอหาทางออกได้ในเร็ววันนะครับ แล้วคุณล่ะ คิดว่าเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ดอนน่า กุขึ้นมาเองหรือไม่ ?

โหดสุดๆ!! เขม่นในงานเกณฑ์ทหาร ขี่จยย. 10 คันไล่ฆ่า เหยื่อซิ่งหนีชนรถพ่วงตาย-กรูรุมตื้บศพ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าที่โรงพยาบาลป่าโมก จ.อ่างทอง ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมาก แห่กันไปดูศพของเพื่อน หลังเพื่อนถูกกลุ่มคู่อริไล่กวดตามหาเรื่อง จนต้องขี่รถหนีแล้วเสียหลักพุ่งชนรถพ่วงจนเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังโรงพยาบาลป่าโมก เมื่อไปถึงพบบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 คน ได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


จากการสอบถามทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้ ได้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งชนรถพ่วงที่กำลังจะเลี้ยวเข้าโกดังน้ำตาล เป็นเหตุให้มีบาดเจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าโกดังน้ำตาลของ บริษัทร่วมกิจอ่างทองคลังสินค้า จำกัด ริมถนนสายอ่างทอง-ป่าโมก (สายใน) หมู่ที่ 2 ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งในที่เกิดเหตุ พบรถพ่วงยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-2851 นครสวรรค์ หมายเลขทะเบียนตัวลูก 70-2931 นครสวรรค์ จอดอยู่ในสภาพบริเวณกันชนหน้าเหล็กยุบงอ ใต้รถพ่วงด้านหน้า พบรถจักรยายนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาว หมายเลขทะเบียน กนธ-705 อ่างทอง ล้มอยู่ด้านใน 


 ใกล้กันพบศพนายศิริศักดิ์ กลิ่นชู อายุ 18 ปี อยู่ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้าลำตัวบิดงอ มีเลือดไหลออกจากปากและจมูกเป็นจำนวนมาก ห่างออกไปไม่มากพบร่างนายสิงหราช คำมี อายุ 18 ปี อยู่ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง นอนหายใจรวยรินอยู่ในสภาพมีเลือดออกจากปากและจมูก เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบเข้าไปทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าโมก แต่เนื่องจากนายสิงหราชอาการสาหัสมากเป็นตายเท่ากัน โรงพยาบาลป่าโมก จึงส่งตัวให้กับทางโรงพยาบาลอ่างทอง และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสระบุรีตามลำดับ ซึ่งตอนนี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย ส่วนศพของนายศิริศักดิ์นั้นทางแพทย์โรงพยาบาลป่าโมกให้นำศพกลับมาชันสูตรยังโรงพยาบาลป่าโมก


 จากการสอบถามนายทรงพลเอี่ยมสะอาด อายุ 23 ปี อยู่ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพื่อนของผู้ตายและผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายพร้อมด้วยตน และเพื่อนๆ อีกกว่า 10 คัน ได้เดินทางไปดูการเกณฑ์ทหารที่หอประชุมของที่ว่าการอำเภอป่าโมก ระหว่างที่กำลังดูอยู่นั้น ได้พบกับกลุ่มของนายกุ้ง นายวุฒิ และนายตั้ม ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่รู้จักกันในนามกลุ่มเด็กบ้านสาย และพวกกลุ่มบ้านสำเภาลอย ซึ่งเป็นคู่อริที่เคยมีเรื่องกันมา และอยู่คนละหมู่บ้าน เกิดมาเขม่นกันในงานเกณฑ์หหาร จนมีการมาฉุดกระชากกัน โดยมีพวกผู้ใหญ่บ้านเห็นเหตุการณ์และไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ 

 พวกตนเห็นท่าไม่ดีจึงได้ไปบอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพาออกมานอกบริเวณ เพื่อจะได้เดินทางกลับบ้าน ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพาพวกตนออกมา กลุ่มเด็กบ้านสายและสำเภาลอย ได้พยายามปีนรั้วที่ว่าการอำเภอตามออกมา จนตนต้องรีบขึ้นรถหนี โดยตนพร้อมเพื่อนอีกประมาณ 8 คน ได้ขึ้นรถกระบะขับหนีออกมา ส่วนนายศิริศักดิ์ได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนีออกมา โดยมีนายสิงหราชซ้อนท้าย แล้วขับหลบหนีกันไปคนละทาง ซึ่งตนมารู้อีกที ตอนที่แฟนตนบอกว่านายศิริศักดิ์กับนายสิงหราชถูกกลุ่มเด็กบ้านสายและสำเภาลอยไล่กวดตามไป จนรถไปเกิดอุบัติเหตุชนกับรถพ่วงจนเสียชีวิตและบาดเจ็บ

 ด้านนายสำรวย อุ่นใจ อายุ 30 ปี อยู่ ต.วังตะแบก อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร คนขับรถพ่วง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมาเพื่อจะส่งของยังโกดังของบริษัทดังกล่าว ขณะจอดรอจะเลี้ยวเข้า ก็ได้สังเกตเห็นว่า หน้าถนนที่ตนขับมานั้น ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากขี่รถจักรยานยนต์กว่า 10 คัน ขี่ไล่กวดตามรถของผู้ตายมาด้วยความเร็ว จากนั้นผู้ตายได้ขี่รถมา แล้วหักรถหลบกลุ่มคู่อริ มาพุ่งชนเข้าที่หน้ารถของตนอย่างจัง ตนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ซึ่งเมื่อรถของผู้ตายพุ่งชนแล้ว กลุ่มวัยรุ่นที่ไล่กวดตามมา ได้กรูกันลงจากรถแล้วมาล้อมตรงที่เกิดเหตุ แล้ววัยรุ่น 4-5 คน ได้วิ่งมารุมกระทืบผู้ตายและเพื่อนที่นอนบาดเจ็บอยู่อย่างไม่ยั้ง โดยระหว่างที่กระทืบตนได้ยินเสียงตะโกนว่า “พวกมึงเก่งนักใช่มั้ย” จากนั้น กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็ขี่รถหลบหนีกันไป

 ส่วนนายประจักษ์ เกษมสุข อายุ 57 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย ของบริษัท ร่วมกิจอ่างทองคลังสินค้า จำกัด ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ได้กล่าวว่า ระหว่างที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น รถพ่วงกำลังรอที่จะเลี้ยวเข้าไปในบริษัทฯ เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาพร้อมกับเพื่อน โดยมีกลุ่มวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์มากว่า 10 คัน เต็มท้องถนน ขี่มาอีกด้าน เมื่อเจอกัน ก็ขี่รถตรงเข้าหารถของผู้ตาย จากนั้นผู้ตายพยายามขี่รถหลบหนี แต่เนื่องจากรถของกลุ่มตรงข้ามมีจำนวนมาก ผู้ตายจึงหักรถหลบแล้วเสียหลักพุ่งชนเข้ากับรถพ่วงเสียงดังโครม 

 โดยหลังจากชนแล้วผู้ตายก็เสียชีวิตอยู่คาที่ด้านหน้ารถพ่วง ส่วนเพื่อนที่ซ้อนท้ายมากระเด็นไปประมาณ 2 เมตร แล้วจากนั้นจู่ เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มวัยรุ่นคู่อริได้กรูกันลงมาจากรถจักรยานยนต์ โดยวัยรุ่นประมาณ 5 คน ได้เข้ามารุมกระทืบผู้ตาย และผู้บาดเจ็บอย่างไม่ยั้ง มิหนำซ้ำ 1 ในกลุ่มวัยรุ่นได้ถือประแจขนาดใหญ่ ตรงเข้ามาจะฟาดผู้ตาย ตนเข้าไปห้ามโดยบอกว่าอย่าไปทำเขาเลย ไหน ๆ เขาก็ตายแล้ว ขอเถอะ จากนั้นวัยรุ่นคนดังกล่าว ก็ได้หันไปมองที่ศพ แล้วก็หันกลับ ก่อนที่จะพากันขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

 จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามกับร.ต.ท.อำนาจ มีทองคำ ร้อยเวร สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เจ้าของคดี ทราบว่า คดีดังกล่าวนั้นแบ่งเป็น 2 เหตุการณ์ โดยเหตุการณ์แรกนั้น เป็นเหตุอุบัติเหตุทางจราจร ซึ่งก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 เป็นเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย ซึ่งตอนนี้พอจะรู้กลุ่มของผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งจะได้เรียกกลุ่มเพื่อนๆ ของผู้ตาย และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีต่อไป



ชายคนนี้เปลี่ยนตัวเองจาก 117 เหลือ 60 เพียงเพราะผู้หญิงที่เห็นในFacebook(ไม่เคยเห็นตัวจริง) มาดูกันว่าเขาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน


สวัสดีเพื่อนทุกคนในพันทิพนะครับ วันนี้ผมมาแบ่งปันการลดน้ำหนักจาก 117 เหลือ 60 กิโลกรัมครับ ใช้เวลารวมทั้งหมด2ปีครับไม่ต้องตกใจทำไมผมถึงใช้เวลาถึงร่วมๆ2ปี ไม่ได้เหมือนกับคนอื่นเค้าบางคน4เดือน 8เดือนก็ว่ากันไป แต่สำหรับผมผมต้องใช้ความพยายามถึง2ครั้งและเหตุผลของผมอาจจะเป็นที่ตลกของใครหลายคน แต่มันเป็นความจริงไม่มีคำว่าสร้างภาพ555 ผมคิดอยู่นานมากว่าจะลงดีมั้ย แต่สำคัญที่สุดผมอยากให้กำลังใจคนที่ท้อผิดหวังกับความรัก ชีวิตต่างๆ ถ้ามีใครเข้ามาดูกระทู้นี้แล้วสามารถเป็นกำลังใจให้คุณเปลียนแปลงตัวเองได้แค่นี้ผมก็มีความสุขมากๆแล้วและผมยอมรับคำตำหนิทุกรูปแบบครับ
มาเรื่อมกันเลยยยย ผมชื่อ เนย์ ธนสิทธิ์ เกษมรัตินะครับ อายุ 22 ปี                                                                     
มาทำความรู้จักกับผมได้เลยครับ ^^   
เริ่มจากดูอดีตอันน่ารักของผมกันหน่อย555
รูปตอนประถมเข้ามัธยมครับ ^^


รูปตอน มัธยมครับผม^^  



และก็มาถึงช่วงที่ผมอ้วนที่สุดในชีวิตครับ กับน้ำหนัก117KGรอบเอว46ครับจำได้แม่นวัดกับร้านขายกางเกงน้ำตาแทบร่วง

นั้นคือตัวผมทั้งหมดในอดีตครับ  มาเข้าเรื่องกันเลยครับ ตามหัวข้อที่ผมได้บอกไปว่าผมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะผู้หญิงในfacrbook ถูกต้องเลยครับ คนเรามีไม่กี่อย่างหรอกครับที่เราจะอยากหล่อ ผมชอบผู้หญิงคนนึงเค้าก็สวยเลยแหละสำหรับผมเค้าเป็นคนขอนแก่น แน่นอนผมคนกรุงเทพไม่มีทางได้เจอกันแน่นอน แต่ผมก็อยากจะลองดูสักครั้งผมเป็นคนนึงที่คิดว่าคนสวยคงต้องคู่กับคนหล่อ(ตอนนั้นคิดตื้นๆไปหน่อย55) ก็เลยตัดสินใจ มาลองดูอยากรู้เหมือนกันว่าเราจะเป็นยังไงถ้าเราผอม  ก็เลยตัดสินใจออกกำลังกายเข้าฟิตเนต ควบคุมอาหาร วิธีการผมเชื่อว่าทุกคนรู้ ก็ทำตามทุกๆอย่าง เลือกกินอาหารออกกำลังกายก็ทำไปเรื่อย มีบางครั้งเหนื่อยมากๆ ท้อมากๆ  แต่ด้วยใจที่สู้ ณ ตอนนั้น ก็เลยสู้ต่อไปเรื่อย ผมใช้เวลา 3 เดือนผมลดลงมาเหลือ 88 กิโลกรัม รอบเอวผม36 นิ้วและบวกกับช่วงนั้นผมปิดเทอมพอเปิดเทอมมา เพื่อนตกใจ และก็ชื่นชมมองผมเป็นแรงบันดาลใจผมมีความสุขมากๆครับ^^
ถ่ายในห้องน้ำฟิตเนตครับ หน้าเริ่มมา ^^


ผมคนขวานะครับบบ 


ทีนี้ด้วยความที่ผมทำได้ผมก็เลยได้มีโอกาสคุยกับผู้หญิงคนนั้นผมก็รู้สึกดีใจมากๆบอกกับเค้าว่า เค้าเป็นแรงบันดาลใจของเรา ผมก็ฟินไป ได้ไลน์มาคุย แต่พอเวลาผ่านไปไม่นานผมก็รู้สึกแย่ที่สุด วันที่14 กุมภาพันธ์ 2556 เค้าขึ้นสถานะ คบกับแฟน ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูกเลย แบบเหมือนว่าที่เราทำมาทั้งหมดเราแพ้เราผิดหวัง และผมก็หยุดการลดน้ำหนักไปเลย และก็ปล่อยตัวเองให้อ้วนขึ้น ลง อยู่ในช่วง 78-80กว่าๆ ก็ไม่ลดลง จากที่เราเป็นแรงบันดาลใจของเพื่อน  ก็เริ่มถูกมองว่าเรามันก็ทำได้แค่นี้  ผมก็ปล่อยตัวเองมาจนถึงปี 2557 จนมาถึงเดือน กรกฎาคม ผมก็ไปชอบผู้หญิงคนนึงอีก (ชีวิตไอนี่เพราะหญิงล้วนๆ 555) แต่นั้นแหละผม ผมก็เลยลดน้ำหนักอีกครั้ง บวกกับครั้งนี้ผมคุยกับตัวเองให้จบว่า พอมั้ยกับการที่เป็นแบบนี้ ผมพูดกับเองว่า ถ้าทำไม่ได้ก็ขี้แพ้ และรอบนี้ถ้าอกหักอีกก็จะไม่สนใจ และสุดท้ายผมก็ลุยกับตัวเองมาเรื่อยๆ ทำแบบเดิม เข้าคอร์สอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมเปลี่ยนวิธีการ ผมไม่ได้เข้าฟิตเนตผมวิ่ง เตะบอล เล่นT25 เล่นกีฬาที่ตัวเองชอบควบคุมอาหารทำอาหารคลีนกินเอง ไม่ใช้ยาลดน้ำหนักเลย ผมลืมบอกไปเลย ผมลดทั้ง2ครั้ง ไม่มีการใช้ยาลดน้ำหนักในการลด เต็มที่คือพวก L-canitine แต่ยอมรับเคยกินยา แต่พอกินแล้วมันเวียนหัวผมรู้ว่ามันไม่ดี ผมก็เลยเลิกกินไป  สุดท้ายก็เช่นเคยผมก็อกหักอีกคนที่2ก็ไปมีแฟนอีก 5555 ขำกับตัวเองแต่ก็ไม่เป็นไรรอบนี้ผมจะเอาร่างกายตัวเองให้ดีเลย
เอาละครับมาถึงจุดที่ผมต่อสู้มาเรื่อยๆก็ทำให้เกิดเป็นผมคนใหม่โดยที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนเป็นแรงบันดาลใจมีแต่ความรักของตัวเองล้วนๆ ^^
กีฬาสุดโปรดของผม ฟุตบอลลล ผมเด็กหงส์นะครับ 555



วิ่งครับวิ่ง เสื้อวอร์มก็ยังเป็นหงส์แดงง รักจริงครับพี่น้อง ^^


เท่านั้นยังไม่พอเอามันให้สุดครับพี่น้องชาวไทยยเดินหน้าต่อ


และนี่คือตัวของผมในปัจจุบัน ผมกล้าที่จะทำผม ผมกล้าที่จะแต่งตัว ผมมั่นใจในตัวเองมากขึ้น


ภาพตอนไปเชียร์บอลครับ AFF Suzuki 2014 ครับผมม ^^


เตะบอลก็วิ่งได้มากขึ้นเหนื่อยน้องลง ทรงผมก็มา 5555


ดูท่าการทำอาหารด้วยครับพี่น้อง 5555


ผมกล้าที่จะเซตผม


เซตผมก่อนออกงานบายเนียร์งานล่าสุดครับ 29/03/58


รูปในงานครับผมมม 





‘ท็อปแท็ป’ขอโทษเต้นกลางรถไฟฟ้า - ‘ปันปัน’สำนึกผิด-ปัดเม้นต์ไม่เหมาะสมตอบโต้


 จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปนักแสดงบางส่วน จากซีรี่ย์ยอดนิยม “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” อาทิ ท็อปแท็ป-ณภัทร , เจมส์-ธีรดนย์ , ตั้ว-เสฎฐวุฒิ ขณะกำลังร้องและเต้นอยู่ในรถไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่น ด้วยความสนุก ผ่านทางอินสตาแกรมของนักแสดงสาว ปันปัน-สุทัตตา เจ้าของคลิปดังกล่าว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคนไทยผ่านทางโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ตามแบบแผนการปฏิบัติตัวในที่สาธารณะญี่ปุ่น ซึ่งมีกติกา มารยาทขณะใช้บริการรถไฟฟ้า อาทิ ห้ามพูดคุยกันเสียงดัง ให้ปิดเสียงโทรศัพท์และเปิดระบบสั่นขณะใช้บริการบนรถไฟแทน ฯลฯ


ล่าสุดวันที่ 5 เม.ย. ‘ท็อปแท็ป’ ณภัทร โชคจินดาชัย หนึ่งในนักแสดงที่อยู่ในคลิป ได้โพสต์ข้อความขอโทษผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ผมขอโทษครับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเรื่องมารยาทของผม เคยว่ากล่าวคนอื่นแล้วก็ย้อนเข้าตัวเอง เพิ่ง 21 ปี ไปหมาดๆ แต่กลับไม่มีสติยั้งคิด ขอโทษบริษัท GTH , Nadao Bangkok ที่นี่ให้ทุกอย่างกับผม ให้เกียรติผมเสมอ แต่ผมกลับไม่เคยทำอะไรสักอย่างให้ค่ายนี้ได้ภูมิใจ ได้โปรดอย่าโทษบริษัทของผมเลยนะครับ มันผิดที่ผมเองทั้งนั้น ขอโทษพี่ @yongsongyos และทีมงาน #frozenhormones ที่ต้องออกมาร่วมรับผิดชอบ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของพี่ๆเลยสักนิด ขอโทษนะครับพี่ๆ ขอโทษแฟนๆที่ทำให้ผิดหวัง และขอบคุณมากๆสำหรับกำลังใจ มันสำคัญกับท้อปในตอนนี้มากจริงๆครับ และเพื่อเป็นการตอบแทนผมขอเวลาพิสูจน์ตัวเอง ว่าผมสามารถแก้ไขได้ เป็นคนที่ดีขึ้นได้ เพราะผมไม่อยากให้พวกคุณรู้สึกว่าคุณรักคนผิด ขอโทษจริงๆครับ ความผิดครั้งนี้ไม่อาจชดใช้ได้หมด”


ขณะที่‘ปันปัน’ สุทัตตา อุดมศิลป์ นักแสดงสาวผู้โพสต์คลิปดังกล่าว ก็ได้โพสต์ข้อความขอโทษผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเช่นเดียวกันว่า “ขอโทษทุกคนจริงๆนะคะ หนูสำนึกแล้ว” 


พร้อมทั้งปฏิเสธกรณีถูกวิจารณ์ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมว่า“ขอชี้แจงตามนี้นะคะปันปันไม่ได้เป็นคนเขียนคอมเม้นต์นั้นคะ ถ้าทำจริงคงมีคนไม่น้อยที่เห็น และหลักฐานคงมีอีกมากกว่ารูปรูปเดียวคะ ไม่ทราบเจตนาของคนทำเหมือนกัน ขอบคุณค่ะ” 





วิศวกรซิ่งรถแวนพลิกคว่ำปากซอยรังสิตฯ ชนเก๋งอีกคันยับ - ตัวติดคาในรถ




เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 เม.ย. ร.ต.ท.ปรีชา เต็กสี ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำถนนรังสิต-ปทุมธานี หน้าปากซอยรังสิต-ปทุมธานี 21 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งและเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุปทุมธานี

 ที่เกิดเหตุพบรถแวน ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน วท 5111 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงข้างอยู่กลางถนน จากตรวจสอบภายในรถ ที่นั่งคนขับ พบนายพรพนิต ปรีกรานต์ อายุ 41 ปี วิศวกร อยู่ในอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือออกมาด้านนอก นอกจากนี้ยังมีรถเก๋งยี่ห้อ ฮุนได หมายเลขทะเบียน ญอ 2152 กรุงเทพมหานคร ถูกชนที่ด้านหน้ารถข้างซ้าย ได้รับความเสียหายอีก 1 คัน

 จากการสอบถามนายนายพรพนิต ปรีกรานต์ คนขับรถแวน บอกว่า ตนออกมาจากตลาดรังสิตและกำลังจะกลับบ้านย่านบางคูวัด เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถเสียหลัก ตนจึงเบรกกะทันหันและพลิกคว่ำดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

ยิงปืนไล่ราหูอมจันทร์ กระสุนร่วงทะลุหลังคาเจาะขาเจ็บ



เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (4 เม.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.บ้านในหูต อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งมีผู้ถูกระสุนปืนเข้าที่ขา ที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 5 ต.แหลมทราย ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าชั้นเดียว อยู่ริมถนนสายหลังสวน-แหลมทราย พบนายวีระศักดิ์ พุทธเมธา อายุ 63 ปี อาชีพ จยย.รับจ้าง ที่ขาด้านซ้ายมีบาดแผลจากรอยกระสุนขนาด 9 มม.
สอบสวนทราบว่า ช่วงเวลาที่เกิด นายวีระศักดินอนพักผ่อนบนเปลหน้าบ้าน ขณะกำลังเคลิ้มหลับรู้สึกเจ็บที่ขา และมีกระสุนปืนหล่นอยู่ในเปล จึงแจ้งตำรวจ จากการตรวจสอบพบหลังคาบ้านสังกะสีเป็นกระสุน 1 รู ตำรวจสันนิษฐานว่าช่วงที่เกิดจันทรุปราคา คงมีชาวบ้านยิงปืนเพื่อไล่ราหู จนทำให้กระสุนหล่นใส่หลังคาบ้านนายวีระศักดิ์ กระสุนทะลุ โดนขาได้รับบาดเจ็บ. - สำนักข่าวไทย

นศ.สาวช็อกซิ่งเก๋ง ชนสนั่นหญิงเวียดนามเข็นจักรยานข้ามเกาะกลางถนนดับสยอง!!


 เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 5 เม.ย. ร.ต.ท.วรการณ์ สาระปัญญา ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานและมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนรังสิต-นครนายก มุ่งหน้ารังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลประชาธิปัตย์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

 ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง1 ราย ทราบชื่อนางวอน ยู ไท คิม อายุ 51 ปี สัญชาติเวียดนาม สภาพศพนอนอยู่กลางถนน ใกล้กันพบรถจักรยานสีแดงสภาพพังยับเยิน และรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ฐฐ 7660 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ารถพัง กระจกหน้ารถแตก


 จากการสอบถามนายนิค อายุ 29 ปี สัญชาติเวียดนาม ญาติผู้ตาย บอกว่า ผู้ตายมีอาชีพรับจ้างล้างจานตามร้านอาหาร และกำลังจะกลับบ้านย่านสะพานฟ้าซอยรังสิต-นครนายก 6 ส่วนคนขับรถเก๋งทราบชื่อคือ นางสาวปานิตา อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง ย่านรังสิต อยู่ชั้นปี 1 บอกแต่เพียงว่า ตนเองขับรถมาทางตรงจะไปที่หอพักมหาวิทยาลัย ถึงที่เกิดเหตุผู้ตายเข็นรถจักรยานข้ามเกาะกลางถนนตัดหน้ากะทันหัน ทำให้ตนเองมองไม่เห็น และเบรกไม่ทัน จึงชนเข้าอย่างแรง  


 ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป



ชาวไต้หวันช็อก น้ำในคลองเปลี่ยนเป็นสีม่วงยังกะชานมเผือก


ชาวไต้หวันช็อก น้ำในคลองที่ใช้สำหรับดื่มกินเปลี่ยนเป็นสีม่วงเหมือนชานมเผือก ตรวจพบเหตุจากโรงงานปล่อยน้ำเสียโดยไม่มีการบำบัด สั่งปรับทันที ย้ำพร้อมยึดใบประกอบการทันทีถ้าสถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม 

               เว็บไซต์เดลี่เมล มีรายงานในวันที่ 24 มีนาคม 2558 ว่า น้ำในคลองสายหนึ่งที่ไหลผ่านเมืองสีผิง ของเทศมณฑลเถาหยวน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มชัดเจน กินบริเวณกว่า 1 กิโลเมตรของช่วงคลอง ภาพสีม่วงจัดของน้ำในคลองที่ถูกแชร์ออกไปในโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้บางคนบอกว่าดูแล้วอย่างกับชานมเผือก เครื่องดื่มชื่อดังของไต้หวันไม่มีผิด 



แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่เจ้าหน้าที่ทางการจะเดินทางมาถึงและเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ น้ำในคลองก็เปลี่ยนสีกลับคืนสภาพปกติแล้ว แต่กระนั้นก็ได้มีการตรวจสอบพบที่มาของน้ำที่เปลี่ยนเป็นสีม่วงว่า เกิดจากโรงงานเจียหยาง ที่ตั้งอยู่ช่วงต้นคลอง ปล่อยน้ำเสียจากโรงงานลงคลองโดยตรงโดยไม่ผ่านกระบวนการบำบัด ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สั่งปรับเจ้าของโรงงานแล้ว 12,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 9,960 บาท) พร้อมระบุว่าจะยึดใบอนุญาตประกอบการโรงงานทันที หากว่าสถานการณ์มลภาวะในน้ำเลวร้ายลงกว่าเดิม 

               ชาวบ้านในเมืองรายหนึ่งเผยว่า เธอเริ่มสังเกตเห็นว่าน้ำในคลองที่ปกติจะใส เริ่มมีสีม่วงปนมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่ถึงสีจะเปลี่ยน กลิ่นของน้ำยังคงเป็นปกติ และแม้ตอนนี้น้ำจะกลับมาสู่สภาพเดิมแล้ว ชาวบ้านก็ยังคงไม่คลายความกังวลใจ เพราะน้ำในคลองนี้คือส่วนที่ชาวบ้านนำไปใช้ดื่มกิน และยังเป็นน้ำสำหรับชลประทานเพื่อการเพาะปลูกของเกษตรกรที่อยู่ท้ายคลองด้วย 



แชร์ว่อน! ผัวเมียทะเลาะกัน พลาดมีดโดนลูกหน้าเหวอะ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 เม.ย.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก มังกร ร่วมกตัญญูฯ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ว่า "ยุคนี้ "เด็ก" คือผู้รับกรรม จากเคสผัวเมียทะเลาะกัน ใช้มีดขว้างใส่ กลับถูกลูกน้อยไร้เดียงสา ... ‪#‎ดูเพื่อเป็นอุทาหรณ์‬ นะครับ ... หายไวๆ นะลูก"
พร้อมกันนี้ยังได้โพสต์ภาพเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่ใบหน้าเป็นแผลถูกเหวอะหวะ กินความยาวเกือบครึ่งใบหน้า ตั้งแต่ใต้ตาไปจนถึงริมฝีปาก จากเหตุที่พ่อและแม่ทะเลาะกัน และขว้างมีดใส่กัน แต่มีดพลาดมาโดนหนูน้อย และถึงแม้แพทย์จะสามารถรักษาด้วยการเย็บบาดแผลให้ แต่ก็จะเห็นว่าในภาพหนูน้อยยังร้องไห้และใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา
อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อมูลระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่ใด และพ่อและแม่ของเด็กถูกลงโทษตามกฎหมายหรือไม่

สุดสลด!! หนุ่มนักธุรกิจเชื่อกินแล้วปึ๋งปั๋ง จับเสือขึงผืดเฉือนอวัยวะเพศ


           หนุ่มนักธุรกิจชาวจีน เชื่อกินเลือดและอวัยวะเพศเสือ จะทำให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น โดยมีเสือถึง 3 ตัวต้องถูกฆ่าเพียงเพราะหวังแค่จะเฉือนแค่อวัยวะเพศ



          สำนักข่าว Xinhua ได้รายงานว่า การย่างกระดูกเสือ กินอวัยวะเพศ ดื่มเลือดและกินเนื้อเสือ ถือเป็นงานอดิเรกของ Xu และเขายังทำเป็นธุรกิจอีกด้วย






           ทั้งนี้ Xu ได้ถูกตัดสินว่ามีความผิด หลังฆ่าเสือ 3 ตัว และกระบวนการทั้งหมดถูกถ่ายโดยโทรศัพท์มือถือของผู้สมรู้ร่วมคิดที่มีอีก 3 คน โดย Xu ใช้เงินจำนวนมหาศาลในการซื้อเสือไม่กี่ตัว ทั้งนี้บ้านของเขาถูกหมายค้นโดยตำรวจพบว่า มีชิ้นส่วนเนื้อเสืออยู่ในตู้เย็นทั้ง 8 เครื่อง ที่บ้านของเขา และยังมีกระดูกของสัตว์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นงู และ บรรดาสัตว์เลื้อยคลานอีกด้วย โดยชิ้นส่วน ส่วนหนึ่งคืออวัยวะต่างๆของเสือรวมไปถึงอวัยวะเพศ โดยศาลตัดสินให้ผู้ที่ร่วมกระทำความผิดฆ่าสัตว์ป่าทั้งหมดได้รับความผิดแล้ว



            โดย Xu ได้กินอวัยวะเพศเสืออย่างน้อย 3 ชิ้น และดื่มเลือดเสือเป็นลิตร การขนส่งเนื้อขอเสื้อทำโดยง่ายขึ้นเพราะเขาเอามันไปทอด ทั้งนี้ Xu ได้รับโทษ13 ปีในคุก และโดนค่าปรับสูงถึง 25,000 ดอลล่าร์สหรัฐ 

โคลอมเบียฮือฮา ดินถล่มคล้ายใบหน้าพระเยซู


สื่อโคลอมเบีย เผยภาพสุดฮือฮา ดินถล่มจนเป็นผาที่ปรากฏรอยดินคล้ายใบหน้าพระเยซูคริสต์



          เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2558 เว็บไซต์นิวส์-ดิสคอฟเวอร์รี รายงานข่าวสุดฮือฮา เมื่อชาวบ้านในเมืองปูตูมาโญ ทางตอนใต้ของประเทศโคลอมเบีย ต่างแห่ไปชมที่เกิดเหตุดินถล่มจุดหนึ่ง หลังจากที่หน้าดินที่หลงเหลือจากการถล่มของดินดังกล่าว ได้ปรากฏร่องรอยที่ไปละม้ายคล้ายคลึงกับใบหน้ามนุษย์เข้า จึงเกิดการมโนกันว่านั่นเป็นใบหน้าของพระเยซู



          โดยนายซิเมนา โรเซโร อรานโก้ หนึ่งในผู้ศรัทธาอันแรงกล้าต่อคริสต์ศาสนา ได้เปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า หากคุณเชื่อพระเกียรติคุณของพระองค์ คุณจะมองเห็นภาพ ๆ นั้น ซึ่งร่องรอยคล้ายใบพระพักตร์ของพระเยซู ปรากฏให้เห็นตั้งแต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (21 มีนาคม 2558) จนชาวบ้านเชื่อว่าเป็น ปาฏิหาริย์ จากพระเดชของพระองค์ 



          ทั้งนี้ ทางชาวบ้านในบริเวณนั้น ได้มีการจัดสถานที่แห่งนี้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองไปแล้ว โดยจะเสียค่าเข้าชมประมาณ 2,000 โคลอมเบีย-เปโซ หรือคิดเป็นเงินไทย ก็ประมาณ 25 บาทเท่านั้น 


สุดสลด! เพื่อนผมโดนรถชนตาย แต่กลับมีคนโพสต์ดูถูกคนตายด้วยข้อความนี้ ทำเอาใครก็รับไม่ได้


วันนี้บนโลกโซเชี่ยลได้มีประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง เมื่อสมาชิก facebook ท่านหนึ่งที่มีชื่อว่า นายพุฒิพงค์ ตาแก้ว ได้โพสข้อมูลดังนี้
"ชนรุ่นน้องผมตายตั้งคน พวกมึงยังจะมาพูดแบบนี้อีก.."
ซึ่งกรณีนี้เกิดจากเพื่อนของคุณพุฒิพงศ์นั้นประสบอุบัติเหตุ แต่ได้ถูกสมาชิก facebook ท่านหนึ่งซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับทั้งผู้ชนและผู้ถูกชน
ได้โพสต์กล่าวหาดูหมิ่นศพ อย่างสนุกปาก  ด่าต่อว่าดูถูกผู้เสียชีวิตเสียๆหายๆ  จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก อีกทั้งยังต่อว่าผู้ไม่เห็นด้วยและท้าให้แชร์ต่ออีก
 
ล่าสุดได้มีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมจากเพจ Thailand Police Storyด้วยข้อความดังนี้
"ดูหมิ่นศพ"
จากกรณีมีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ BMW รุ่น S1000 RR ราคาคันละล้านบาท ขับขี่ด้วยความเร็วพุ่งชนนักศึกษา ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งจนเสียชีวิต ในพื้นที่ สน.ประชาชื่น (กรุงเทพ) เมื่อสื่อนำข่าวมาลงได้มีแฟนคลับรถบิ๊กไบค์คนหนึ่งเข้ามาคอมเม้นด่าทอผู้ตายว่ามีคุณค่าชีวิตไม่เท่ากับรถมอเตอร์ไซค์ 
ทั้งนี้เมื่อลองเปิดกฎหมายฉบับใหม่ดู (กฎหมายอาญาฉบับแก้ไขปี 2558) พบว่ามีกฎหมายใหม่ที่ถูกบัญญัติขึ้นมาในข้อหาดูหมิ่นศพ
มาตรา 366/4 "ผู้ใดกระทำการด้วยประการใดๆ เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
ในอดีตประเทศไทยไม่เคยมีกฎหมายนี้มาก่อนและเพิ่งประกาศใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา
ซึ่งข้อความลักษณะนี้จะเข้าข่ายการดูหมิ่นศพหรือไม่ คงต้องให้ญาติผู้ตายเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อพิจารณา ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นคดีตัวอย่างแรกในประเทศไทยก็เป็นได้