วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558

สะเทือนใจ! เด็กหญิง 14 โดนแม่พาแร่ขายตัว มาดูความขมขื่นที่เธอต้องเจอ


สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์อันน่าสลดที่เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชาเมื่อแม่แท้ๆขายลูกสาวอายุแค่12 ให้กับโรงแรมเพื่อขายบริการทางเพศ 
 
 ในปี 2556 นักแสดงสาวจากฮอลีวู้ด มิล่า ซอร์วิโน ในฐานะทูตสันถวไมตรีของสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UNODC มาถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการค้าประเวณีเด็กในประเทศกัมพูชา
 
ซอร์วิโนพบ ′เขียว′ เด็กหญิงชาวเขมรวัย 14 ปี อาศัยอยู่ในเขตสเวปาก ซึ่งเป็นแหล่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการค้ากามเด็กของกรุงพนมเปญ ก่อนจะได้รับการช่วยเหลืออกมาโดยองค์การเอ็นจีโอที่ช่วยเหลือเด็กและวัยรุ่นแห่งหนึ่ง และเขียวได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตและความเป็นมาของเธอให้ทุกๆคนได้รับรู้

เขียวบอกว่าเมื่อเธออายุ12ปี แม่ของเธอพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและได้ใบรับรองพรหมจรรย์ จากนั้นแม่ขายตัวเธอให้กับชายเขมรคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีอายุมากกว่า 50 ปี ราคาที่ชายคนนั้นจ่ายสำหรับพรหมจรรย์ของเธอนั้นคือประมาณ 1,500 ดอลลาร์ (48,600 บาท) แต่เมื่อถูกหักค่านายหน้าแล้วแม่ของเธอได้รับจริงๆประมาณ 1,000 ดอลลาร์ (32,000 บาท) แม่ของเขียวนำเงินก้อนนั้นไปจ่ายหนี้และซื้ออาหารปลาให้ปลาที่บ้านเธอเลี้ยงไว้อันเป็นอาชีพหลักของครอบครัว 


เขียวบอกว่าเธอรู้สึกหัวใจสลายเมื่อต้องเสียความบริสุทธิ์ให้กับชายคนนั้นแม่เธอก็คงรู้สึกไม่ดีเช่นกันแต่ก็ยังต้องส่งเขียวไปยังทำงานในสถานบริการ เขียวกล่าวว่า "พวกเขาควบคุมฉันเหมือนฉันอยู่ในคุก"
 
 เขียวต้องอยู่ในสถานที่นั้นกว่า 6 วัน แต่ละวันเธอถูกชาย 3-6 คนข่มขืน เมื่อเธอกลับมาบ้าน แม่ก็ยังส่งเธอไปทำงานในสถานบริการอีก 2 แห่ง จนกระทั่งเธอรู้ว่าแม่กำลังจะขายเธออีกครั้ง และครั้งนี้มีเวลาถึง 6 เดือน เขียวจึงรู้ตัวว่าเธอคงอยู่ที่บ้านไม่ได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจหนีในที่สุด 
 
เรื่องราวของเขียวเป็นเพียง 1 ในเรื่องราวนับร้อยนับพันที่เกิดกับเด็กสาวชาวเขมรในเขตสเวปาก ซึ่ง มิล่า ซอร์วิโน นักแสดงฮอลีวู้ดหวังว่า สารคดีเรื่องนี้จะช่วยทำให้ทุกคนตระหนักถึงและเห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น และเด็กๆที่ได้ดูสารคดีนี้จะสามารถปกป้องตัวเองและคิดได้ว่ามีอีกหลายวิธีในการช่วยเหลือครอบครัวโดยไม่ต้องเอาตัวเข้าแลกอย่างกรณีที่เกิดขึ้นจำนวนมากนี้

[ชมคลิป] นาทีระทึก เด็กหญิงเกาะราวบันไดพลาด! พลัดตก หัวกระแทกพื้นดับอนาถ


 สยอง เด็กหญิงวัย 6 ขวบ เล่นราวบันไดเลื่อนบนห้างสรรพสินค้า กับน้องสาว ก่อนพลัดตกกระแทกพื้นจากความสูง 2 ชั้น ดับสยอง ด้านแม่เด็กร่ำไห้แทบขาดใจ เพราะมัวแต่คุยโทรศัพท์ จึงไม่ได้ดูแลลูกจนเกิดเหตุสลด


stomp เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมาเกิดเหตุสุดช็อคในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเด็กสาววัย 6 ขวบ (ขอสงวนชื่อ) ได้มาเที่ยวห้างดังกล่าวกับผู้เป็นแม่และน้องสาว


           ขณะทั้ง 3 ยืนอยู่บนชั้น 2 ของห้าง แม่ของเด็กสาวทั้งสอง ต่างยุ่งกับการคุยโทรศัพท์กับสามีโดยที่ปล่อยให้เด็กทั้งสองหยอกล้อกันตามปกติ จนสองพี่น้องหันไปเล่นราวบันไดเลื่อนก่อนที่ผู้เป็นพี่สาวจะขึ้นไปเกาะราวบันไดจนพลัดตกลงไปเบื้อล่าง ต่อหน้าต่อตาผู้เป็นแม่และผู้คนที่พยายามเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์ ร่างของเด็กสาวตกลงไปกระแทกพื้นชั้นใต้ดิน เสียชีวิตทันที
           ด้านแม่ของเด็กถึงกับทรุดหลังเจอเหตุดังกล่าว พร้อมโทษว่าเป็นความผิดของตัวเธอเอง ที่มัวแต่คุยโทรศัพท์กับสามี จนไม่ได้ดูแลลูกจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ก่อนที่เหตุการณ์นี้จะถูกบันทึกไว้ได้จากกล้องวงจรปิดของทางห้าง


สาวๆฟังไว้ ทวด 109 บอกว่าอายุยืนเพราะ ห่างจากผู้ชาย จริงมั้ยไปดู

สาว ๆ ฟังไว้ ทวดวัย 109 เผยอายุยืนได้ เพราะอยู่ห่างผู้ชายนะจ๊ะ

ทวดชาวสกอตวัย 109 ปี เผยเคล็ดลับอายุยืนด้วยใบหน้ายิ้มร่า อยู่ห่างผู้ชายไว้และทานข้าวโอ๊ต ชีวิตดี๊ดี

                   เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 เว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ เปิดเผยเรื่องราวชวนอมยิ้มของเจสซี่ แกลลัน คุณทวดวัย 109 ปี จากเมืองอาเบอร์ดีน สกอตแลนด์ เปิดเผยเคล็ดลับอายุยืนที่ชวนสาว ๆ สงสัยว่าอื้อหือ จริงหรือ ?? เมื่อเธอเผยว่าเธออายุยืนแบบนี้ได้เพราะอยู่ห่างผู้ชายซึ่งมีแต่จะสร้างปัญหาวุ่นวายชวนปวดหัว

                   คุณทวดแกลลันเผยว่า "เคล็ดลับอายุยืนของฉันก็คือการอยู่ห่างจากผู้ชายและไม่แต่งงานนี่แหละ เพราะพวกเขามีแต่จะสร้างปัญหามากมายให้กับชีวิต"



อย่างไรก็ดี ไม่ใช่แค่การอยู่ห่างผู้ชายเท่านั้น คุณทวดยังเปิดเผยด้วยว่าที่เธออายุยืนและยังมีสุขภาพแข็งแรงแบบนี้ได้ ก็เพราะเธอออกกำลัง ขยับร่างกายแต่ละวันได้มากพอ และทานซีเรียลข้าวโอ๊ตเป็นอาหารเช้าทุกวัน



ปัจจุบันสุขภาพของคุณทวดแกลลันถือว่าอยู่ในระดับดีมาก ๆ หากเทียบกับคนวัยเดียวกัน แม้เธออายุ 109 ปีแล้ว โดยเพิ่งฉลองวันเกิดไปเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา แต่เธอก็ยังชอบเข้าสังคม ชอบดูคอนเสิร์ต ถักนิตติ้งเป็นงานอดิเรก และเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ ซึ่งเธอก็ยังมีเรี่ยวแรงเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยตัวเองได้ แม้ว่าจะต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงก็ตาม




ชมคลิป นักบิดยืนถ่ายเซลฟี่บนมอไซต์ ขณะตำรวจไล่จับเนี่ยนะ!


สิงห์นักบิดชาวอเมริกัน ท้าทายเจ้าหน้าที่สายตรวจ ด้วยการยืนบนเบาะรถจักรยานยนต์กลางถนน พร้อมถ่ายเซลฟี่เป็นที่ระลึก ในขณะที่ถูกไล่ล่าจากสายตรวจ

            เว็บไซต์มายฟ็อกส์แอลเอ รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2558 มีหนุ่มสิงห์นักบิดชาวอเมริกัน โชว์แผลง ๆ กลางถนน ขณะที่กำลังหนีการจับกุมของสายตรวจ ด้วยการยืนบนเบาะรถจักรยานยนต์ที่แล่นด้วยความเร็วสูง เท่านั้นไม่พอ ยังมีอารมณ์ถ่ายรูปเซลฟี่ตัวเองเอาไว้อีก แต่ท้ายที่สุดก็ถูกเจ้าหน้าที่สายตรวจตามรวบตัวได้สำเร็จ      

            เจ้าหน้าที่สายตรวจ ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า พ่อหนุ่มสิงห์นักบิดท้าความตายรายนี้ ทราบชื่อคือนายฟิลลิป เรเซ็นด์ส อายุ 22 ปี เขาซิ่งรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ หลบหนีการจับกุมของสายตรวจประจำทางด่วนในรัฐแคลิฟอร์เนีย ข้อหาขับขี่รถฉวัดเฉวียน ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น จากนั้นก็ขับฝ่าสัญญาณไฟแดงไปหลายแยก รวมไปถึงได้เยาะเย้ยเจ้าหน้าที่สายตรวจ ด้วยการยืนบนเบาะรถมอเตอร์ไซค์ในขณะที่รถกำลังแล่นด้วยความเร็วสูงถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมทั้งถ่ายรูปเซลฟี่เอาไว้เป็นที่ระลึกอีก



 แต่แทนที่เขาจะยอมมอบตัวโดยละม่อม เพราะเส้นทางที่วิ่งไปนั้นเป็นทางตัน กลับบิดรถฝ่าวงล้อมของสายตรวจออกไปได้เฉย ทำให้ทั้งรถสายตรวจกับเฮลิคอปเตอร์ พร้อมใจกันตามล่านักซิ่งรายนี้กันอย่างจ้าละหวั่น ไม่ต่างอะไรกับฉากแอ็คชั่นในภาพยนตร์ฮอลลีวูดกันเลยทีเดียว
            อย่างไรก็ดี สุดท้ายเขาก็มาหมดฤทธิ์สิ้นลายจนได้ เมื่อถูกรวบตัวได้ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งของเมืองออนตาริโอ ใช้เวลาการไล่ล่ากันถึง 1 ชั่วโมงเต็ม 




เมื่อหญิงสาวเจอเหตุกาณ์แปลกๆในบ้าน เธอจึงถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้ หลอนจริงๆ!


ดอนน่า ไอเรส คุณแม่ลูก 4 วัย 33 ปี คนนี้ได้พบเจอกับสิ่งแปลกประหลาดภายในบ้านของเธอ อย่างที่หาคำอธิบายไม่ได้ ความหลอนที่เกิดขึ้นในบ้านของเธอเริ่มต้นในปี 2009 หลังจากที่ พอล พี่ชายของเธอเสียชีวิต เธอจึงคิดว่าสิ่งแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในบ้าน เป็นฝีมือของพี่ชายเธอที่ตายไปนั่นเอง

คลิปแรกแสดงให้เห็นถึงแก้วน้ำที่ขยับเองได้ โดยเธอสาบานว่าเธอไม่ได้ทำอะไรกับมันแม้แต่น้อย





คลิปนี้เธอพบกับเหรียญที่ขยับเองได้




เธอย้ายบ้านทั้งหมด 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2009 แต่สิ่งผิดปกติก็ยังตามหลอกหลอนเธอมาตลอด

คลิปนี้ช้อนขยับได้เองอย่างน่าประหลาด




เสียงกีตาร์ก็ดังขึ้นมาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ




สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับเธอคือ เธอถูกตรึงไว้อยู่กับเตียงโดยแรงกดมหาศาล ทำให้เธอขยับตัวไม่ได้ จนปัจจุบันนี้ เธอก็ยังพบเจอเรื่องประหลาดอย่างต่อเนื่อง และมีอีกหลายคลิปที่เธอถ่ายเก็บเอาไว้ เอาเป็นว่า ถ้าเธอเจอเรื่องเหล่านี้จริงๆ ล่ะก็ ขอเอาใจช่วยให้เธอหาทางออกได้ในเร็ววันนะครับ แล้วคุณล่ะ คิดว่าเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ดอนน่า กุขึ้นมาเองหรือไม่ ?

โหดสุดๆ!! เขม่นในงานเกณฑ์ทหาร ขี่จยย. 10 คันไล่ฆ่า เหยื่อซิ่งหนีชนรถพ่วงตาย-กรูรุมตื้บศพ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าที่โรงพยาบาลป่าโมก จ.อ่างทอง ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมาก แห่กันไปดูศพของเพื่อน หลังเพื่อนถูกกลุ่มคู่อริไล่กวดตามหาเรื่อง จนต้องขี่รถหนีแล้วเสียหลักพุ่งชนรถพ่วงจนเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังโรงพยาบาลป่าโมก เมื่อไปถึงพบบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 คน ได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


จากการสอบถามทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้ ได้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งชนรถพ่วงที่กำลังจะเลี้ยวเข้าโกดังน้ำตาล เป็นเหตุให้มีบาดเจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าโกดังน้ำตาลของ บริษัทร่วมกิจอ่างทองคลังสินค้า จำกัด ริมถนนสายอ่างทอง-ป่าโมก (สายใน) หมู่ที่ 2 ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งในที่เกิดเหตุ พบรถพ่วงยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-2851 นครสวรรค์ หมายเลขทะเบียนตัวลูก 70-2931 นครสวรรค์ จอดอยู่ในสภาพบริเวณกันชนหน้าเหล็กยุบงอ ใต้รถพ่วงด้านหน้า พบรถจักรยายนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาว หมายเลขทะเบียน กนธ-705 อ่างทอง ล้มอยู่ด้านใน 


 ใกล้กันพบศพนายศิริศักดิ์ กลิ่นชู อายุ 18 ปี อยู่ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้าลำตัวบิดงอ มีเลือดไหลออกจากปากและจมูกเป็นจำนวนมาก ห่างออกไปไม่มากพบร่างนายสิงหราช คำมี อายุ 18 ปี อยู่ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง นอนหายใจรวยรินอยู่ในสภาพมีเลือดออกจากปากและจมูก เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบเข้าไปทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าโมก แต่เนื่องจากนายสิงหราชอาการสาหัสมากเป็นตายเท่ากัน โรงพยาบาลป่าโมก จึงส่งตัวให้กับทางโรงพยาบาลอ่างทอง และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสระบุรีตามลำดับ ซึ่งตอนนี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย ส่วนศพของนายศิริศักดิ์นั้นทางแพทย์โรงพยาบาลป่าโมกให้นำศพกลับมาชันสูตรยังโรงพยาบาลป่าโมก


 จากการสอบถามนายทรงพลเอี่ยมสะอาด อายุ 23 ปี อยู่ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพื่อนของผู้ตายและผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายพร้อมด้วยตน และเพื่อนๆ อีกกว่า 10 คัน ได้เดินทางไปดูการเกณฑ์ทหารที่หอประชุมของที่ว่าการอำเภอป่าโมก ระหว่างที่กำลังดูอยู่นั้น ได้พบกับกลุ่มของนายกุ้ง นายวุฒิ และนายตั้ม ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่รู้จักกันในนามกลุ่มเด็กบ้านสาย และพวกกลุ่มบ้านสำเภาลอย ซึ่งเป็นคู่อริที่เคยมีเรื่องกันมา และอยู่คนละหมู่บ้าน เกิดมาเขม่นกันในงานเกณฑ์หหาร จนมีการมาฉุดกระชากกัน โดยมีพวกผู้ใหญ่บ้านเห็นเหตุการณ์และไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ 

 พวกตนเห็นท่าไม่ดีจึงได้ไปบอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพาออกมานอกบริเวณ เพื่อจะได้เดินทางกลับบ้าน ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพาพวกตนออกมา กลุ่มเด็กบ้านสายและสำเภาลอย ได้พยายามปีนรั้วที่ว่าการอำเภอตามออกมา จนตนต้องรีบขึ้นรถหนี โดยตนพร้อมเพื่อนอีกประมาณ 8 คน ได้ขึ้นรถกระบะขับหนีออกมา ส่วนนายศิริศักดิ์ได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนีออกมา โดยมีนายสิงหราชซ้อนท้าย แล้วขับหลบหนีกันไปคนละทาง ซึ่งตนมารู้อีกที ตอนที่แฟนตนบอกว่านายศิริศักดิ์กับนายสิงหราชถูกกลุ่มเด็กบ้านสายและสำเภาลอยไล่กวดตามไป จนรถไปเกิดอุบัติเหตุชนกับรถพ่วงจนเสียชีวิตและบาดเจ็บ

 ด้านนายสำรวย อุ่นใจ อายุ 30 ปี อยู่ ต.วังตะแบก อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร คนขับรถพ่วง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมาเพื่อจะส่งของยังโกดังของบริษัทดังกล่าว ขณะจอดรอจะเลี้ยวเข้า ก็ได้สังเกตเห็นว่า หน้าถนนที่ตนขับมานั้น ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากขี่รถจักรยานยนต์กว่า 10 คัน ขี่ไล่กวดตามรถของผู้ตายมาด้วยความเร็ว จากนั้นผู้ตายได้ขี่รถมา แล้วหักรถหลบกลุ่มคู่อริ มาพุ่งชนเข้าที่หน้ารถของตนอย่างจัง ตนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ซึ่งเมื่อรถของผู้ตายพุ่งชนแล้ว กลุ่มวัยรุ่นที่ไล่กวดตามมา ได้กรูกันลงจากรถแล้วมาล้อมตรงที่เกิดเหตุ แล้ววัยรุ่น 4-5 คน ได้วิ่งมารุมกระทืบผู้ตายและเพื่อนที่นอนบาดเจ็บอยู่อย่างไม่ยั้ง โดยระหว่างที่กระทืบตนได้ยินเสียงตะโกนว่า “พวกมึงเก่งนักใช่มั้ย” จากนั้น กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็ขี่รถหลบหนีกันไป

 ส่วนนายประจักษ์ เกษมสุข อายุ 57 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย ของบริษัท ร่วมกิจอ่างทองคลังสินค้า จำกัด ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ได้กล่าวว่า ระหว่างที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น รถพ่วงกำลังรอที่จะเลี้ยวเข้าไปในบริษัทฯ เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาพร้อมกับเพื่อน โดยมีกลุ่มวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์มากว่า 10 คัน เต็มท้องถนน ขี่มาอีกด้าน เมื่อเจอกัน ก็ขี่รถตรงเข้าหารถของผู้ตาย จากนั้นผู้ตายพยายามขี่รถหลบหนี แต่เนื่องจากรถของกลุ่มตรงข้ามมีจำนวนมาก ผู้ตายจึงหักรถหลบแล้วเสียหลักพุ่งชนเข้ากับรถพ่วงเสียงดังโครม 

 โดยหลังจากชนแล้วผู้ตายก็เสียชีวิตอยู่คาที่ด้านหน้ารถพ่วง ส่วนเพื่อนที่ซ้อนท้ายมากระเด็นไปประมาณ 2 เมตร แล้วจากนั้นจู่ เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มวัยรุ่นคู่อริได้กรูกันลงมาจากรถจักรยานยนต์ โดยวัยรุ่นประมาณ 5 คน ได้เข้ามารุมกระทืบผู้ตาย และผู้บาดเจ็บอย่างไม่ยั้ง มิหนำซ้ำ 1 ในกลุ่มวัยรุ่นได้ถือประแจขนาดใหญ่ ตรงเข้ามาจะฟาดผู้ตาย ตนเข้าไปห้ามโดยบอกว่าอย่าไปทำเขาเลย ไหน ๆ เขาก็ตายแล้ว ขอเถอะ จากนั้นวัยรุ่นคนดังกล่าว ก็ได้หันไปมองที่ศพ แล้วก็หันกลับ ก่อนที่จะพากันขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

 จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามกับร.ต.ท.อำนาจ มีทองคำ ร้อยเวร สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เจ้าของคดี ทราบว่า คดีดังกล่าวนั้นแบ่งเป็น 2 เหตุการณ์ โดยเหตุการณ์แรกนั้น เป็นเหตุอุบัติเหตุทางจราจร ซึ่งก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 เป็นเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย ซึ่งตอนนี้พอจะรู้กลุ่มของผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งจะได้เรียกกลุ่มเพื่อนๆ ของผู้ตาย และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีต่อไป



ชายคนนี้เปลี่ยนตัวเองจาก 117 เหลือ 60 เพียงเพราะผู้หญิงที่เห็นในFacebook(ไม่เคยเห็นตัวจริง) มาดูกันว่าเขาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน


สวัสดีเพื่อนทุกคนในพันทิพนะครับ วันนี้ผมมาแบ่งปันการลดน้ำหนักจาก 117 เหลือ 60 กิโลกรัมครับ ใช้เวลารวมทั้งหมด2ปีครับไม่ต้องตกใจทำไมผมถึงใช้เวลาถึงร่วมๆ2ปี ไม่ได้เหมือนกับคนอื่นเค้าบางคน4เดือน 8เดือนก็ว่ากันไป แต่สำหรับผมผมต้องใช้ความพยายามถึง2ครั้งและเหตุผลของผมอาจจะเป็นที่ตลกของใครหลายคน แต่มันเป็นความจริงไม่มีคำว่าสร้างภาพ555 ผมคิดอยู่นานมากว่าจะลงดีมั้ย แต่สำคัญที่สุดผมอยากให้กำลังใจคนที่ท้อผิดหวังกับความรัก ชีวิตต่างๆ ถ้ามีใครเข้ามาดูกระทู้นี้แล้วสามารถเป็นกำลังใจให้คุณเปลียนแปลงตัวเองได้แค่นี้ผมก็มีความสุขมากๆแล้วและผมยอมรับคำตำหนิทุกรูปแบบครับ
มาเรื่อมกันเลยยยย ผมชื่อ เนย์ ธนสิทธิ์ เกษมรัตินะครับ อายุ 22 ปี                                                                     
มาทำความรู้จักกับผมได้เลยครับ ^^   
เริ่มจากดูอดีตอันน่ารักของผมกันหน่อย555
รูปตอนประถมเข้ามัธยมครับ ^^


รูปตอน มัธยมครับผม^^  



และก็มาถึงช่วงที่ผมอ้วนที่สุดในชีวิตครับ กับน้ำหนัก117KGรอบเอว46ครับจำได้แม่นวัดกับร้านขายกางเกงน้ำตาแทบร่วง

นั้นคือตัวผมทั้งหมดในอดีตครับ  มาเข้าเรื่องกันเลยครับ ตามหัวข้อที่ผมได้บอกไปว่าผมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะผู้หญิงในfacrbook ถูกต้องเลยครับ คนเรามีไม่กี่อย่างหรอกครับที่เราจะอยากหล่อ ผมชอบผู้หญิงคนนึงเค้าก็สวยเลยแหละสำหรับผมเค้าเป็นคนขอนแก่น แน่นอนผมคนกรุงเทพไม่มีทางได้เจอกันแน่นอน แต่ผมก็อยากจะลองดูสักครั้งผมเป็นคนนึงที่คิดว่าคนสวยคงต้องคู่กับคนหล่อ(ตอนนั้นคิดตื้นๆไปหน่อย55) ก็เลยตัดสินใจ มาลองดูอยากรู้เหมือนกันว่าเราจะเป็นยังไงถ้าเราผอม  ก็เลยตัดสินใจออกกำลังกายเข้าฟิตเนต ควบคุมอาหาร วิธีการผมเชื่อว่าทุกคนรู้ ก็ทำตามทุกๆอย่าง เลือกกินอาหารออกกำลังกายก็ทำไปเรื่อย มีบางครั้งเหนื่อยมากๆ ท้อมากๆ  แต่ด้วยใจที่สู้ ณ ตอนนั้น ก็เลยสู้ต่อไปเรื่อย ผมใช้เวลา 3 เดือนผมลดลงมาเหลือ 88 กิโลกรัม รอบเอวผม36 นิ้วและบวกกับช่วงนั้นผมปิดเทอมพอเปิดเทอมมา เพื่อนตกใจ และก็ชื่นชมมองผมเป็นแรงบันดาลใจผมมีความสุขมากๆครับ^^
ถ่ายในห้องน้ำฟิตเนตครับ หน้าเริ่มมา ^^


ผมคนขวานะครับบบ 


ทีนี้ด้วยความที่ผมทำได้ผมก็เลยได้มีโอกาสคุยกับผู้หญิงคนนั้นผมก็รู้สึกดีใจมากๆบอกกับเค้าว่า เค้าเป็นแรงบันดาลใจของเรา ผมก็ฟินไป ได้ไลน์มาคุย แต่พอเวลาผ่านไปไม่นานผมก็รู้สึกแย่ที่สุด วันที่14 กุมภาพันธ์ 2556 เค้าขึ้นสถานะ คบกับแฟน ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูกเลย แบบเหมือนว่าที่เราทำมาทั้งหมดเราแพ้เราผิดหวัง และผมก็หยุดการลดน้ำหนักไปเลย และก็ปล่อยตัวเองให้อ้วนขึ้น ลง อยู่ในช่วง 78-80กว่าๆ ก็ไม่ลดลง จากที่เราเป็นแรงบันดาลใจของเพื่อน  ก็เริ่มถูกมองว่าเรามันก็ทำได้แค่นี้  ผมก็ปล่อยตัวเองมาจนถึงปี 2557 จนมาถึงเดือน กรกฎาคม ผมก็ไปชอบผู้หญิงคนนึงอีก (ชีวิตไอนี่เพราะหญิงล้วนๆ 555) แต่นั้นแหละผม ผมก็เลยลดน้ำหนักอีกครั้ง บวกกับครั้งนี้ผมคุยกับตัวเองให้จบว่า พอมั้ยกับการที่เป็นแบบนี้ ผมพูดกับเองว่า ถ้าทำไม่ได้ก็ขี้แพ้ และรอบนี้ถ้าอกหักอีกก็จะไม่สนใจ และสุดท้ายผมก็ลุยกับตัวเองมาเรื่อยๆ ทำแบบเดิม เข้าคอร์สอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมเปลี่ยนวิธีการ ผมไม่ได้เข้าฟิตเนตผมวิ่ง เตะบอล เล่นT25 เล่นกีฬาที่ตัวเองชอบควบคุมอาหารทำอาหารคลีนกินเอง ไม่ใช้ยาลดน้ำหนักเลย ผมลืมบอกไปเลย ผมลดทั้ง2ครั้ง ไม่มีการใช้ยาลดน้ำหนักในการลด เต็มที่คือพวก L-canitine แต่ยอมรับเคยกินยา แต่พอกินแล้วมันเวียนหัวผมรู้ว่ามันไม่ดี ผมก็เลยเลิกกินไป  สุดท้ายก็เช่นเคยผมก็อกหักอีกคนที่2ก็ไปมีแฟนอีก 5555 ขำกับตัวเองแต่ก็ไม่เป็นไรรอบนี้ผมจะเอาร่างกายตัวเองให้ดีเลย
เอาละครับมาถึงจุดที่ผมต่อสู้มาเรื่อยๆก็ทำให้เกิดเป็นผมคนใหม่โดยที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนเป็นแรงบันดาลใจมีแต่ความรักของตัวเองล้วนๆ ^^
กีฬาสุดโปรดของผม ฟุตบอลลล ผมเด็กหงส์นะครับ 555



วิ่งครับวิ่ง เสื้อวอร์มก็ยังเป็นหงส์แดงง รักจริงครับพี่น้อง ^^


เท่านั้นยังไม่พอเอามันให้สุดครับพี่น้องชาวไทยยเดินหน้าต่อ


และนี่คือตัวของผมในปัจจุบัน ผมกล้าที่จะทำผม ผมกล้าที่จะแต่งตัว ผมมั่นใจในตัวเองมากขึ้น


ภาพตอนไปเชียร์บอลครับ AFF Suzuki 2014 ครับผมม ^^


เตะบอลก็วิ่งได้มากขึ้นเหนื่อยน้องลง ทรงผมก็มา 5555


ดูท่าการทำอาหารด้วยครับพี่น้อง 5555


ผมกล้าที่จะเซตผม


เซตผมก่อนออกงานบายเนียร์งานล่าสุดครับ 29/03/58


รูปในงานครับผมมม 





‘ท็อปแท็ป’ขอโทษเต้นกลางรถไฟฟ้า - ‘ปันปัน’สำนึกผิด-ปัดเม้นต์ไม่เหมาะสมตอบโต้


 จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปนักแสดงบางส่วน จากซีรี่ย์ยอดนิยม “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” อาทิ ท็อปแท็ป-ณภัทร , เจมส์-ธีรดนย์ , ตั้ว-เสฎฐวุฒิ ขณะกำลังร้องและเต้นอยู่ในรถไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่น ด้วยความสนุก ผ่านทางอินสตาแกรมของนักแสดงสาว ปันปัน-สุทัตตา เจ้าของคลิปดังกล่าว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคนไทยผ่านทางโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ตามแบบแผนการปฏิบัติตัวในที่สาธารณะญี่ปุ่น ซึ่งมีกติกา มารยาทขณะใช้บริการรถไฟฟ้า อาทิ ห้ามพูดคุยกันเสียงดัง ให้ปิดเสียงโทรศัพท์และเปิดระบบสั่นขณะใช้บริการบนรถไฟแทน ฯลฯ


ล่าสุดวันที่ 5 เม.ย. ‘ท็อปแท็ป’ ณภัทร โชคจินดาชัย หนึ่งในนักแสดงที่อยู่ในคลิป ได้โพสต์ข้อความขอโทษผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ผมขอโทษครับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเรื่องมารยาทของผม เคยว่ากล่าวคนอื่นแล้วก็ย้อนเข้าตัวเอง เพิ่ง 21 ปี ไปหมาดๆ แต่กลับไม่มีสติยั้งคิด ขอโทษบริษัท GTH , Nadao Bangkok ที่นี่ให้ทุกอย่างกับผม ให้เกียรติผมเสมอ แต่ผมกลับไม่เคยทำอะไรสักอย่างให้ค่ายนี้ได้ภูมิใจ ได้โปรดอย่าโทษบริษัทของผมเลยนะครับ มันผิดที่ผมเองทั้งนั้น ขอโทษพี่ @yongsongyos และทีมงาน #frozenhormones ที่ต้องออกมาร่วมรับผิดชอบ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของพี่ๆเลยสักนิด ขอโทษนะครับพี่ๆ ขอโทษแฟนๆที่ทำให้ผิดหวัง และขอบคุณมากๆสำหรับกำลังใจ มันสำคัญกับท้อปในตอนนี้มากจริงๆครับ และเพื่อเป็นการตอบแทนผมขอเวลาพิสูจน์ตัวเอง ว่าผมสามารถแก้ไขได้ เป็นคนที่ดีขึ้นได้ เพราะผมไม่อยากให้พวกคุณรู้สึกว่าคุณรักคนผิด ขอโทษจริงๆครับ ความผิดครั้งนี้ไม่อาจชดใช้ได้หมด”


ขณะที่‘ปันปัน’ สุทัตตา อุดมศิลป์ นักแสดงสาวผู้โพสต์คลิปดังกล่าว ก็ได้โพสต์ข้อความขอโทษผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเช่นเดียวกันว่า “ขอโทษทุกคนจริงๆนะคะ หนูสำนึกแล้ว” 


พร้อมทั้งปฏิเสธกรณีถูกวิจารณ์ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมว่า“ขอชี้แจงตามนี้นะคะปันปันไม่ได้เป็นคนเขียนคอมเม้นต์นั้นคะ ถ้าทำจริงคงมีคนไม่น้อยที่เห็น และหลักฐานคงมีอีกมากกว่ารูปรูปเดียวคะ ไม่ทราบเจตนาของคนทำเหมือนกัน ขอบคุณค่ะ” 





วิศวกรซิ่งรถแวนพลิกคว่ำปากซอยรังสิตฯ ชนเก๋งอีกคันยับ - ตัวติดคาในรถ




เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 เม.ย. ร.ต.ท.ปรีชา เต็กสี ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำถนนรังสิต-ปทุมธานี หน้าปากซอยรังสิต-ปทุมธานี 21 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งและเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุปทุมธานี

 ที่เกิดเหตุพบรถแวน ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน วท 5111 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงข้างอยู่กลางถนน จากตรวจสอบภายในรถ ที่นั่งคนขับ พบนายพรพนิต ปรีกรานต์ อายุ 41 ปี วิศวกร อยู่ในอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือออกมาด้านนอก นอกจากนี้ยังมีรถเก๋งยี่ห้อ ฮุนได หมายเลขทะเบียน ญอ 2152 กรุงเทพมหานคร ถูกชนที่ด้านหน้ารถข้างซ้าย ได้รับความเสียหายอีก 1 คัน

 จากการสอบถามนายนายพรพนิต ปรีกรานต์ คนขับรถแวน บอกว่า ตนออกมาจากตลาดรังสิตและกำลังจะกลับบ้านย่านบางคูวัด เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถเสียหลัก ตนจึงเบรกกะทันหันและพลิกคว่ำดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

ชม 2 คลิปสะเทือนใจ "ขอชีวิต" เตือนสติคนใช้รถ-ถนน





จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สาเหตุหลักเกิดมาจากการดื่มแล้วขับ ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว และเพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น จึงได้มีการผลิตสื่อในรูปแบบภาพยนตร์โฆษณาชุด "ขอชีวิต" ขึ้นมา 2 ชุด ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดื่มแล้วขับ 


โดย สสส. มีการเผยแพร่คลิปรณรงค์ผ่านยูทูบ และ จะออกอากาศทางสื่อต่างๆ ต่อไป เพื่อหวังกระตุ้นผู้ใช้รถใช้ถนนเกิดความระมัดระวัง ลดการเจ็บตายในช่วงสงกรานต์






ดังทั่วเน็ต! หลัง ฌอห์ณ จินดาโชติ ทำแบบนี้กับแฟนคลับ และถูกอัดคลิปไว้ ทำเอาแฟนคลับต้องพูดถึง


ประชาชน ขอบคุณคลิปจาก M-BERSERK TANAN , ภาพประกอบจาก @bbjari
ล่าสุดก็มีเรื่องราวดีๆที่ถูกแชร์ในโซเชียล ขณะที่ หนุ่มฌอห์ณ ไปแจกลายเซ็นในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ซึ่งมีแฟนคลับและแฟนหนังสือมารอเป็นจำนวนหลายร้อยคน แต่ แฟนคลับท่านหนึ่งหน้ามืดเป็นลม จึงรีบลุกมาช่วยเหลือและสละเก้าอี้ให้นั่ง โดยข้อความจากอินสตาแกรม bbjari ระบุข้อความไว้ว่า...


วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

หรือเมืองไทยจะร้อนเกินไป? ชายกลุ่มนี้จึงใช้วิธีกดเครื่องดื่มจากเซเว่นแบบขี้โกงสุดๆ!!




          ซีซั่นนี้ของเมืองไทย ใครๆก็รับรู้ได้ว่าฮอตปรอทแตกที่สุด ซึ่งต่างคนต่างก็มีวิธีผ่อนคลายความร้อนแตกต่างกันออกไป ตราบใดที่ยังไม่ก้าวก่ายสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็ไม่มีใครว่านะจ๊ะ จะโดดน้ำโชว์เก๋า หรือเฝ้ารอวันสาดน้ำสงกรานต์ก็ว่ากันไป แต่ถ้าจะเลือกใช้วิธีดื่มน้ำหวานเย็นจากเซเว่นเหมือนหนุ่มๆกลุ่มนี้ ก็ระวังให้ดี...ตามไปดูวิธีของพวกเขาสิคะ ขี้โกงเกินไปป๊าวว!?


          หนุ่มๆกลุ่มนี้เลือกใช้วิธีกดน้ำแข็งเปล่า 1 ถุงใหญ่เต็มๆ และกดเครื่องดื่มมาใส่ถุงน้ำแข็งอีกประมาณ 1 แก้วครึ่งเลยทีเดียว(ภาพมันฟ้อง) แต่นำไปจ่ายเงินในราคาแค่ 32 บาท เท่ากับราคาน้ำ 1 แก้ว และน้ำแข็ง 1 ถุง งานนี้ก็ปลื้มอกปลื้มใจกันใหญ่ ว่าได้ทำสิ่งเจ๋งๆ
          แต่ รา ไม่แนะนำให้ทำแบบนี้เลยนะคะ นอกจากจะเอาเปรียบผู้อื่นแล้ว ถ้าไปเจอพนักงานเซเว่นบางท่านเคร่งครัดต่อกฎระเบียบ รับรองว่างานยาวแน่ๆหละ ไม่คุ้มเลย!


สวยเจ็บ ๆ 10 Body Modification สุดเอ็กซ์ตรีม เห็นแล้วร้องซี้ด เลย


 รสนิยมเรื่องความสวยความงามของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนชอบแต่งตัว บางคนชอบแต่งหน้า บางคนก็บ้าเครื่องประดับ แต่ระดับความเอ็กซ์ตรีมความหลงใหลในความงามรับรองเทียบไม่ติดกับคนเหล่านี้แน่ เพราะนิยามความงามเขาไปไกลมากแล้วจริง ๆ กับ 10 Body Modification แสนเอ็กซ์ตรีม ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากจากเว็บไซต์ All That is Interesting ทั้งสัก เจาะ เฉาะ ฉีด สวยแบบเจ็บ ๆ จนดูแล้วอดร้องซี้ดไม่ได้เลย

1. ห่วงยืดคอ 

             เริ่มจากแบบซอฟต์ ๆ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสรีระร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป กับการสวมห่วงยืดคออย่างที่เห็นได้ในกลุ่มกะเหรี่ยงชาวเขา โดยจำนวนห่วงที่ทำจากทองแดงหรือทองเหลือง แสดงถึงฐานะของครอบครัวและฐานะทางสังคมในชนเผ่าของตน แต่อย่างไรก็ตามอันที่จริงแล้วการสวมห่วงนั้นไม่ได้ทำให้คอยืดยาวขึ้นอย่างที่เข้าใจ ลำคอของผู้สวมใส่ไม่ได้ยาวไปกว่าเดิม แต่เป็นกระดูกไหปลาร้าต่างหากที่ถูกกดให้อยู่ในระดับต่ำลงกว่าปกติ เลยดูมีช่วงคอยาวกว่าคนทั่วไปนั่นเอง 


2. ปากฝังจาน 

             การเสริมความงามด้วยการฝังจานที่ปาก เป็นวัฒนธรรมของสาวชาวเผ่าเซอร์มาและซูริในเอธิโอเปีย ที่จะทำกันตั้งแต่เด็กหญิงเริ่มเข้าสู่วัยแรกสาว ยิ่งทำเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะจะมีให้ปากได้ขยายออกเพื่อรับจานที่ใหญ่กว่าเดิมได้นานขึ้น ตามความเชื่อของชาวเผ่านั้นจานยิ่งใหญ่เท่าไรสาวคนนั้นก็ยิ่งสวย เมื่อแต่งงานออกไปก็จะได้สินสอดดี โดยวิธีการฝังจานเริ่มจากการถอนฟันล่างออก 2 ซี่ บากใต้ริมฝีปากล่างให้เป็นแผล แล้วยัดจานที่ทำจากดินเผาลงไป จานนี้จะได้รับการเปลี่ยนขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามวันเวลา และพวกเธอก็จะดำเนินชีวิตไปไหนมาไหนพร้อมกับจานที่ห้อยจากริมฝีปาก ซึ่งเป็นสิ่งบ่งบอกว่าเธอคือสาวงามนั่นเอง 



3. ระเบิดหู 

             เมื่อมีขยายปากกันแล้ว ก็มีการขยายหูด้วย โดยเทรนด์บอดี้เพียซซิ่งด้วยการระเบิดหูสามารถพบเห็นได้ทั่วไป แต่แบบที่ระเบิดขยายจนรูใหญ่มาก ๆ นั้นมีให้เห็นไม่บ่อยนัก รูจากการระเบิดหูของบางคนนอกจากจะใหญ่กว่าใบหูของตัวเองแล้ว ยังสามารถยัดกำปั้นเด็กเข้าไปได้สบาย ๆ วิธีการระเบิดหูก็ไม่ได้ยุ่งยากเท่าไร แค่เจาะหูแล้วหมั่นเปลี่ยนห่วงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ขนาดของรูหูก็จะถ่างกว้างออกเรื่อย ๆ ตามไปด้วยเอง


4. เจาะรูแก้ม
 
             โจเอล มิกเกลอร์ หนุ่มเยอรมันผู้หลงใหลศิลปะบอดี้เพียซซิ่ง ได้เสริมความงามตามนิยามความเท่ของเหล่าบอดี้เพียซเซอร์หรือม็อดเดอร์ (Modder) ด้วยการเจาะรูที่แก้มของตัวเอง โหว่ทะลุจนเห็นแนวฟันและสามารถแลบลิ้นออกมาทางแก้มได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าการเจาะแก้มนี้จะเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง แต่มั่นใจได้เลยว่าชีวิตคงไม่ง่ายแน่ ๆ 



5. ทำลิ้นแฉก 

             การทำลิ้นแฉกหรือที่รู้จักกันในชื่อ Tongue forking และ Bifurcation เป็นอีกหนึ่งบอดี้โมดิฟิเคชั่นสุดเอ็กซ์ตรีม ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่กรีดลิ้นด้วยมีดผ่าตัด ค่อย ๆ เจาะลิ้นไล่ลงมาจนถึงปลายจนลิ้นแยกออกจากกัน ใช้มีดร้อน ๆ ตัดลิ้นให้แยก หรือใช้วิธีผ่าตัดเย็บแล้วมัดลิ้นไว้จนมันขาดออกจากกัน ซึ่งการทำ Tongue forking นี้เป็นที่แนะนำอย่างมากว่าควรกระทำโดยศัลยแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดในช่องปากเท่านั้น แต่กระนั้นก็มีม็อดเดอร์ใจเด็ดจำนวนไม่น้อยที่เลือกทำตามร้านทั่วไปหรือลงมือฉีกลิ้นกันเอง 



6. คอร์เซ็ท เพียซซิ่ง 

             คอร์เซ็ทผิวมนุษย์ หรือ คอร์เซ็ท เพียซซิ่ง (corset pirecing) เป็นการเจาะผิวหนังเลียนแบบคอร์เซ็ท อันเป็นอุปกรณ์รัดเอวผู้หญิงสาวสมัยโบราณ ทำโดยการเจาะผิวหนังใส่ห่วง เพื่อร้อยริบบิ้นแล้วจะได้มีลักษณะเหมือนสวมใส่คอร์เซ็ทอยู่ บริเวณที่นิยมทำมากที่สุดคือช่วงเอวด้านหลัง ไปจนถึงด้านช่วงอกด้านหน้า ต้นขา ส่วนในเคสที่เอ็กซ์ตรีมสุด ๆ ก็ถึงขั้นทำคอร์เซ็ท เพียซซิ่ง ที่อวัยวะเพศเลยทีเดียวล่ะ  



7. เบเกิล เฮด 

             เบเกิลเฮด (Bagel head) เป็นเทรนด์ทำบอดี้โมดิฟิเคชั่นที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ (คนชอบของแปลก) ชาวญี่ปุ่น กระบวนการนั้นเริ่มด้วยการฉีดน้ำเกลือเข้าไปบริเวณหน้าผาก ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง กว่าจะจุน้ำเกลือปริมาณมากพอในการปั้นเป็นรูปได้ตามต้องการ ซึ่งกระบวนการนี้เป็นขั้นตอนที่ทำให้รู้สึกเจ็บหน่วงพอสมควร จากนั้นจึงสามารถปรับแต่งปั้นเป็นรูปเบเกิลตามต้องการได้ แล้วก็สามารถออกไปเดินสวย ๆ โชว์หัวเหน่งรูปเบเกิลได้อย่างใจ แต่อย่างไรก็ดีเบเกิลเฮดนี้มีอายุเพียง 15-24 ชั่วโมงเท่านั้น แล้วก็จะค่อย ๆ ยุบหายไปเอง



8. คนคลั่งเจาะ อีเลน เดวิดสัน 

             การเจาะร่างกายดูจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ความคลั่งไคล้ที่จะเจาะร่างกายไปทั้งร่างให้มีรอยเจาะมากที่สุดดูจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว และมนุษย์สุดเอ็กซ์ตรีมผู้นี้คือ "อีเลน เดวิดสัน" (Elaine Davidson) อดีตพยาบาลสาวชาวอังกฤษที่หลงใหลบอดี้เพียซซิ่งอย่างหนัก เธอได้เจาะตามใบหน้าและร่างกายตัวเองรวมแล้วกว่า 4,200 จุด มีหมุดเล็กหมุดใหญ่ ทั้งตุ้มทั้งห่วง เสียบใส่อยู่เต็มไปหมด


9. คนโครตรอยสัก ลัคกี้ ไดอะมอน ริช 

             ชายชาวออสเตรเลีย "ลัคกี้ ไดอะมอน ริช" (Lucku Diamond Rich) ขึ้นชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีรอยสักบนตัวมากที่สุดในโลก และครองตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2006 ยังไม่มีใครโค่นลงได้ ทุกอณูร่างกายของเขาไม่มีสีเนื้อของผิวหนังจริงปรากฏให้เห็น ไม่เว้นแม้แต่ผิวหนังจุดสงวนตรงกลางร่างกายก็ยังได้รับการสักด้วย นอกจากนี้เขายังเหลาฟันให้แหลมเป็นเขี้ยว และทำลิ้นสองแฉก มองเผิน ๆ แล้วก็ไม่น่าแปลกใจถ้าคนจะมีคิดว่าเขาเป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์ใหม่



10. มนุษย์แวมไพร์ มาเรีย โจเซ่ คริสเทอร์นา 

             ปิดท้ายด้วยสาวที่คลั่งไคล้บอดี้โมดิฟิเคชั่นขั้นสุดยอด เธอคือ "มาเรีย โจเซ่ คริสเทอร์นา" (Maria Jose Christerna) เจ้าของฉายา "มนุษย์แวมไพร์" แม้ว่าลักษณะของเธอจะไม่เหมือนแวมไพร์ในหนังหรือนิยายที่เรารู้จัก แต่หากให้นิยามว่า แวมไพร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดูห่างไกลจากมนุษย์ละก็ มาเรียสามารถสะท้อนถึงนิยามนี้ได้ดีที่สุด นอกจากการสัก เจาะปาก เจาะจมูก เจาะคิ้ว ระเบิดหู และเหลาเขี้ยวแล้ว เธอยังผ่าตัดฝังวัตถุแปลกปลอมลงใต้ผิวหนัง เพื่อเปลี่ยนรูปทรงกะโหลกให้แปลกผิดแผกมนุษย์ตามที่เธอต้องการด้วย